ราวปี พ.ศ. 25490มาได้มีกลุ่มชาวจีนจากโพนทะเลได้อพยพถิ่นฐานจากประเทศจีนเพื่อเข้ามาค้าขายในประเทศไทยกันเป็นจำนวนมาก จึงเป็นจุดกำเนิดของศาลเจ้าต่างๆมากมาย ในประเทศไทยและนี่ก็เป็นอีกแห่งหนึ่งที่มีการรวมกันของชาวจีนและร่วมกันก่อตั้งสถานที่ปฏิบัติธรรมหรือที่เราเรียกกันว่าโรงเจโดยใช้ชื่อว่า โรงเจไซทีฮุกตึ๊งซึ่งชาวจีนกลุ่มผู้ก่อตั้งนี้หลังจากที่ได้เข้ามาอาศัยอยู่ในประเทศไทยแล้วได้ช่วยออกสำรวจหาพื้นที่ที่เหมาะสมแก่การสร้างโรงเจโดยเห็นว่าต้องเป็นพื้นที่ที่สงบร่มเย็นและมีฮวงจุ้ยที่ดีเยี่ยม หลังจากนั้นจึงออกสำรวจมายังเขาสมอแคลง ซึ่งเป็นภูเขาตั้ง อยู่ห่างจากตัวจังหวัดพิษณุโลกเพียง 17 กิโลเมตร และอยู่ในเขตอำเภอวังทอง ซึ่งทางชาวจีนผู้ก่อตั้งชุดนี้ก็ ได้ลงความเห็นว่าพื้นที่ตรงนี้ เหมาะที่สุด หลังจากนั้นทุกคนก็ได้เสียสละบริจาคทรัพย์สิน กันคนละเล็กละน้อยเพื่อรวบรวมเงินที่ได้มาก่อสร้างเป็นโรงเจเล็กๆ เพื่อไว้ใช้ประกอบพิธีทางศาสนาของชาวจีนอาทิ เช่น พิธีกินเจสวดมนต์ไหว้เจ้าและได้อัญเชิญเจ้าพ่อเห้งเจีย (ไต่เสี่ยฮุกโจ้ว) ซึ่งทางชาวจีนมีความเชื่อว่าองค์เจ้าพ่อเห้งเจียเป็นเทพที่อยู่ บนสวรรค์และมีอิทธิฤทธิ์ หากใครได้กราบไหว้หรือจุดประทัดขอพร ก็จะได้รับพรจนสัมฤทธิ์ผลทุกรายไปจนเป็นที่เคารพนับถือของชาวจีนในช่วงวันสำคัญประกอบไปถึงเทศกาลกินเจ ทางโรงเจก็ได้เปิดเป็น โรงทาน จำนวน 9 วัน และได้มีสาธุชนเดินทางขึ้นมาถือศีลกินเจกันเป็นจำนวนมาก เนื่องจากสภาพตัวอาคารได้ชำรุดทรุดโทรมลงไปมากตามกาลเวลาจึงได้ เริ่มทำการปรับปรุงใหม่แต่ยังคงสภาพโครงสร้างเดิมๆ ไว้พร้อมกับสร้างจุดที่พักชมวิวที่บริเวณหน้าผา โดยเฉพาะในเวลากลางคืนสามารถมองทัศนีย์ภาพของตัวอำเภอวังทองที่ แสงไฟส่องสว่างงดงามมาก มีการปรับปรุงพื้นโดยนำหินแกรนิตมาปูใหม่ทั้งหมด อันมีลวดลายของหินที่สวยงดงามเป็นที่ประทับใจของนักท่องเที่ยวที่ได้ขึ้นไปชมความงามมาแล้วจึงขอเชิญชวนสาธุชนทั้งหลายให้ขึ้นไปสัมผัสกับธรรมชาติและไหว้พระขอพรจากองค์เจ้าพ่อเห้งเจียอันศักดิ์สิทธิ์และองค์ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ อีกทั้งมหาวิหารเง็กเซียนฮ่องเต้ที่มีความสวยงามด้วยศิลปะจีน และยังมีรูปหล่อองค์เทวะอาจารย์ "อรหันต์จี้กง" ไว้ให้ประชาชนได้กราบสักการบูชาและขอพร อีกด้วย
ภาพบรรยากาศโรงเจไซทีฮุกตึ๊ง




























